ได้เวลามาอัพบล็อกต่อๆแล้วๆๆ ผ่านค่ำคืนอันหนาวเหน็บ((จากแอร์..อิอิ))..เสียงค๊อกประตูดังแต่เช้ามืด..เพราะพัดดันไปสัญญากะเพื่อนๆว่า..จะปลุกมาดูพระอาทิตย์ขึ้นๆๆ...แต่เพื่อนสาวอีกห้องดันมาค๊อกเรียกแทน555 ไม่ได้ไม่ตื่นนะ...แต่เห็นแล้วว่ามันยังไม่มีวี่แววเลยนอนต่อๆ

 ไม่ได้การแล้ว.ว.ว.....โดนเพื่อนๆมาประนามกันถึงห้องขนาดนี้ ลุกๆๆซะหน่อยๆ แต่มันก็ยังมืดอยู่ดีทั้งๆที่เวลาก็ล่วงเลยมา 6โมงกว่าแล้ว...พระอาทิตย์ขี้อายไม่ยอมขึ้น มีเพื่อนหมวดตื่นมาดูอีกคน..นอกนั้นเพื่อนสาวช้านๆๆมั่วแต่อาบน้ำแต่งหน้ากัน..คิๆๆๆ..จิงจังๆๆ

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เป็นธรรมเนียมถ่ายรูปกะสถานที่ค้างอ้างแรมกันซะหน่อย((หลายสิบรูปเลยทีเดียว))

จุดหมายปลายทางแรกของวันนี้คือสะพานมอญ..สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก...แต่ระหว่างทางนั้นเองก็พบกับ...............อันซีนๆๆๆ...ที่เราร้องกันหลงในรถเลยที่เดียว..."นั่นไงๆๆ..แม่ชีสีชมพู".... จากนั้นก็เร่งรัดให้พลขับผู้หมวด..จอดๆๆๆ...ช้านจะลงไปทำบุญ...(((โอ้..เอาแต่ใจกันได้อีกๆๆ5555)))...ได้ลงมาใส่บาตรด้วยเงิน..ว้าววววว...สบายใจจัง..แม่ชีสวดให้พรดังมากกกกก...ชอบๆๆ...

อื่มอกอิ่มใจกับการทำบุญร่วมกับแก๊งค์เพื่อนๆไม่นานนักเราก็เดินทางมาถึง สะพานมอญ อืม...มีชาวบ้านกำลังซ่อมแซมด้วยแระ((แอบเม้าว่า..ตอนที่เราทานข้าวที่ตลาดได้ยินชาวบ้านเม้ากันว่า..สะพานเริ่มพังมากเพราะคนมาเที่ยวเยอะ...งืมๆๆ))พัดก็ได้ใส่เงินไปในกล่องรับบริจาคสำหรับดูแลสะพานด้วย...เห็นใจชาวบ้านนะ                                               แต่มาถึงแล้วอ่า..พวกเราแอ็คชั่นนนนนนนนน

พอเราเดินเล่นถ่ายรูปกันที่สะพานมอญแล้ว กิจกรรมต่อไปที่เราเตรียมเอาไว้คือ  การนั่งเรือชมเมืองบาดาล เรือหนึ่งลำราคา 300 บาท มีพี่คนขับเรือที่เป็นไกด์ให้เราด้วย อากาศกำลังดีเลย นั่งเรือ ลมเย็นๆ ชมวิวสวยๆ มองเห็นไกลๆเจดีย์สีทองนั่นคือ เจดีย์พุทธคยา ทีวัดวังวิเวกการาม ซึ่งก็จะเป็นจุดหมายปลายทางต่อไปเช่นกัน
นั่งฟังพี่คนขับเล่าเพลินเลย เพราะพี่เค้าเป็นคนที่เคยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้..ก่อนที่จะกลายเป็นเมืองบาดาล
กลับจากจากนั่งเรือ เรามานั่งรถกันต่อ ไปหาข้าวทานที่ตลาด และหาร้านเขียนโปสการ์ดกัน สนุกๆกันเลยที่เดียว เท่าที่ดูเหมือนจะเป็นร้านเดียวในตลาด พีเจ้าของร้านบอกว่า..คนที่มาเที่ยวเป็นคนคิด และจัดการให้..น่ารักจัง ฝากที่เค้าติดแสตมป์แล้วก็ส่งให้ด้วย..เบ็ดเสร็จชุดละ 20 บาท
เดินทางออกจากตลาด มุ่งหน้าไป วัดวังวิเวกการาม ที่นี่เราได้สงบจิตสงบใจไหว้พระกัน
เจดีย์พุทธคยา
ยิ่งใหญ่สวยงามมาก
สำหรับการผจญภัยในสังขละ ก็จบลง แต่ที่ยังไม่จบก็คือ อีกหนึ่งภาระกิจ กับการถ่ายรูปกับหลักกิโลเมตร สังขละบุรี
จิงจังๆๆๆๆ..
ตอนแรกหลังจากเสร็จภาระกิจนี้..กะว่ากลับกรุงเทพกันทันที แต่เราทำบุญมาด้วยกันแยะๆ เลยไปอันซีนกันที่น้ำตกไทรโยคน้อยกันต่อ อันซีนนนนนนนนนนนนน
ลงทุนเหมารถเข้าไปดูต้นน้ำของน้ำตกไทรโยคน้อยไม่พอๆๆ....เห็นป้ายชี้ทางบอกไป ถ้ำวังบาดาล แล้วพลางถามป้าแม่ค้าแถวนั้น แกว่า..มีรถเหมาเข้าไป จะเดินไปก็ได้นะ ลองไปดู แต่ป้าไม่เคยไปหรอก..((เง้อออออออ))
วัยรุ่นจัดไป..ดี๊ด๊ากันเลยยยยย
เริ่มฉงนใจนิดๆ..ตรงที่ว่า..เอ..มันเริ่มไกลๆๆๆๆ..เริ่มเปลี่ยวๆๆโอ้วๆๆๆ..และแล้วมันก็จริง ที่จริงแล้วไม่ค่อยได้มีใครเข้ามาเที่ยว นานๆจาหลงมาที...คิๆๆ..แบบเรา...แค่ทางลงก็ลำบากๆแล้ววว..เพื่อนสาวต่างถอดใจกันเลยที่เดียว เราไปกันได้ตั้ง!!!2ห้อง...5555...ถ่ายรูปให้พอได้รู้ว่าเรามาถ้ำนะๆๆ..อันซีนของแท้
จบทริปลง..ด้วยความเหนื่อย..เอ๊ย..ไม่ใช่ๆ..ความสนุกสนาน..และมิตรภาพระหว่างเพื่อน
((โดยเฉพาะตอนปีนลงถ้ำ รักกันสุดๆๆๆ)))
เจอกันทริปหน้านะ..

UnsEEn tRip...@สังขละบุรี 12.12.52

posted on 23 Dec 2009 09:51 by phattyland

       จนแล้วจนรอดก็คลอดทริปสำหรับปลายปีจนได้ ปัญหามากมายเหลือเกินๆๆ...แต่ก็ไม่เกินกำลังความบ้าของพวกเรา ทริปนี้ไม่มีเวลาเตรียมตัวเลย งานยุ่งตลอดๆๆๆ จนวันศุกร์ก็ยังแอบไปเดินดูไฟที่ถนนราชดำเนินอีก กว่าจาถึงบ้านก็เกือบเที่ยงคืน เก็บกระเป๋าๆๆๆ..นอนนนนนน..((เก็บพลังไว้สำหรับทริปอันซีนนนนนน))

      เรานัดกัน 6 โมงเช้า มดขับรถมารับพัด พู่ ซึงอยู่ซอยเดียวกัน((มาตั้งแต่อนุบาล^^)) จากนั้นก้อไปรับเพื่อนสาวอีกสองคน วัดนา((วัฒนา..ชื่อเล่นว่า หญิง..แต่เราเรียกกัน..วัดนาๆๆๆๆ)) กับเจ เราห้าคนเปงเพื่อนกันตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ยกเว้นมดคนเดียว..ที่เป็นเพื่อนกะพัดมาตั้งแต่เรียนอนุบาล((ไม่ต้องให้นับว่าคบกันมากี่ปี..เดี๋ยวรู้ความแก่ๆๆ...คิๆๆ)).....สมาชิกคนสุดท้าย...เป็นชายหนุ่มๆๆ...หะหมวดของพวกเรา((ตั้งแต่เมื่อไรก้อไม่รู้))หลงมางานมิตติ้งของพวกเรา จากนั้นอีท่าไหนก็ไม่ทราบๆๆ...ตอนนี้เป็นสมาชิกแก็งค์สาวของเราอีกคน..คิๆ ครั้งนี้ยังคงเดินทางด้วยรถวีออส หมูน้อยของมดอยู่เช่นกัน..เลิฟๆๆนะจ๊ะ

        สำหรับการเดินทางครั้งนี้มดสบายหน่อย เพราะหะหมวดรับหน้าที่เป็นพลขับ ส่วนสี่สาวข้างหลังอย่างพวกเราก็มีหน้าที่นั่งเม้าๆๆไม่ให้รถเงียบเหงากันเกินไป((อันนี้ไม่มีใครขอร้อง...พวกเราจัดให้...555))    สถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกที่ไปกัน อันนี้เพื่อนมด..เธอนำเสนอสุดๆๆๆๆ 

>>>> ช่องเขาขาด<<<<

เป็นภูเขาที่ถูกตัดเป็นช่องเพื่อทำเส้นทางรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  เป็นเส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า ที่ญี่ปุ่นต้องการสร้างผ่าน โดยใช้เชลยศึกในการก่อสร้าง ที่มีมีพิพิธสถานแห่งความทรงจำ ทำไว้ได้ดีทีเดียว  มีห้องแสดงมินิเธียเตอร์ ข้าวของเครื่องของเชลยศึกในยุคนั้น ดูแล้วทำให้นึกถึงความน่ากลัวของสงคราม หลังจากเดินเล่น และถ่ายรูปเสียงดังจนโดนดุ..อิอิ((เราก้อว่าไม่เสียงดังนะๆๆคิๆๆ)) ก็เดินไปยังสถานที่จริงๆๆ...วะว้าววววววว...ทางเดินไปสนุกดี  มาถึงก็ถ่ายรูปกระจายๆ...วิวสวยดี มีต้นไม้สามขาที่มดหลอกให้เพื่อนสาวลอดพร้อมกับขอพรได้ด้วย..แบบว่า..ไม่ค่อยจิงจัง...มุดกันทุกๆๆคน..5555

 จากนั้นลัดเลาะขับรถกันไป..ระหว่างทางก็เช็คหาที่พักไปด้วย...หะหมวดรับหน้าที่ไป ที่ต่อมาที่เราไปแวะกันคือ

>>>>>เขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือ เขือนเขาแหลม<<<<<

เป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทย เททับหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก และเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ลำดับ 4 ของประเทศ ((เขื่อนนี้เป็นที่มาของอันซีนเมืองบาดาลที่เราจะไปกัน))

จากนั้นเดินทางไปเที่ยวต่อกันที่

>>>>>ด่านเจดีย์สามองค์<<<<

เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยโดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจากเขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า ต่อมาในปี พ.ศ. 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีได้เป็นผู้นำชาวบ้านก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ มีร้านค้าด้วย แต่ดูเงียบๆนะ พวกเราไม่ได้ช๊อปปิ้งอะไรนอกจากถ่ายรูป

 และเพือนเจที่ งุงิ..งุงิ..กะเด็กพม่า..5555

 

        ที่นี้เราก็วิ่งตรงเข้าที่พักกันเลย...ที่พักที่เราโชคดีๆๆหาได้คือ..หอมหมื่นลี้ รีสอร์ท น่าจาเป็นส่วนที่เค้าขยายเพิ่ม เราไปอยู่เหมือนกับปิดรีสอร์ทเลยทีเดียว ((แต่พอหัวค่ำก้อมีคนมากางเต้นท์ตรงลานหน้าห้องพักเรานะ) เหนือยล้ากับการเดินทาง((หรือเบียดเสียดกันมาท้ายรถ..คิๆๆ)) พัดกับมดรับหน้าที่ไปซื้ออาหารที่ตลาด มื้อนี้พิเศษหน่อย หลังจากที่ตลอดทางเราแวะทานข้าวราดแกง..คิๆๆ

            ตลาดกลางคืนที่นี่ไม่คึกคักนัก เราเลือกที่จะสั่งอาหารห่อกลับ มี ปลาทับทิมหนึ่งมะนาว ต้มแซ่บเอ็นหมู ทอดมันกุ้ง ผัดโป๊ยเซียน ยำสามกรอบ พอมาถึงที่พัก..มี น้องหนุ่ม ลูกของแม่บ้านที่นั้นมาคอยดูแลเรา (((น่ารักมาก..ขออารายได้หมดดๆๆ))) บรรยากาศในวงข้าวของเรา ก็เป็นการเก็บตกเรื่องขำๆๆรั่วๆๆที่เราได้ไปเที่ยวกันมา คุยไปคุยมาย้อนวันวานกันไปถึงสมัยเรียนประถม(((โอ๊ยๆจาแก่กันไปไหนเนี้ย..555)))...พร้อมกับการครีเอทของสาวนิเทศอย่างเจว่า....เรามาชวนทุกคน ตะละบุมบุ่มบุ๊มมม..เล่นรอบกองไฟกันเถอะ..5555...ย้อนอดีตกันเข้าไปอีกกก

หลังจากนั่งเม้าๆกันฮากระจายแล้ว ก็แยกย้ายกันนอนห้องบี1 และบี3

ฝันดีทุ๊กกกคนนนนนนนน

เดี๋ยวมาเม้าต่อว่าพรุ่งนี้เราเที่ยวไหนกัน

((((ลมหนาวมาเยือนอีกครั้งแล้วๆๆ...บัวลอยจงเจริญ..คิๆๆๆๆๆ))))

วันที่สองของ ทริปออฟฟิต

วันนี้กระชับกระเฉงกันน่าดู เป็นวันที่ทุกคนๆๆรอๆๆวู้ๆๆๆๆๆๆๆ...

((จากโปรแกรมทั้งหมด..น่าจะชอบวันนี้กันทีสุด..))

นัดรวมพลทานข้าว..แล้วถ่ายรูปกัน((อีกแล้วๆ))

จากนั้นเดินทางมายัง PB Valley ชมไร่องุ่นไปกับรถตะไล..เสียดายช่วงนี้ไม่ช่ายฤดูกาลเลยไม่ออกเป็นพวงใหญ่ๆ

โตเต็มที่ให้ได้เห็น((ได้ชิม^^))

แต่ไม่เป็นไร..เพราะ เราได้เข้าไปชมโรงงานผลิตไวน์็ และๆๆๆ..จิบไวน์กันๆเป็นช่วงเวลา..พี่น้องคับทุกคนรอคอยๆ..ได้ิชิมกันทั้งไวน์แดง..ไวน์ขาว..

ราคาประหยัด..ราคาแพง..เปิดกันให้ชิมเต็มที่..((คนละ4-5แก้วเห็นจะได้))

สำหรับพัดจิบจิงๆๆ..ไม่ไหวจาเคลียร์..กินไม่เป็นง่า..ยกประโยชน์ให้พี่ๆเค้าไปเลยยยยย

ทานข้าวกลางวันเสร็จไม่รู้จะทำอะไร..เลยมากระโดดกันๆๆ5555

แต่ละรูป...จิงจังกันได้อีกกกกกกกกกก

หลังจากทานข้าวกลางวันกันเรียบร้อย..ก็ถึงเวลาที่ทุกๆคนรอคอย..

เย้ๆๆๆๆๆๆๆ>>> Greenery เขาใหญ่..มีของเล่นหนุกๆมากมาย

ที่นี่ใช้เป็นคูปองในการเ่ล่น แล้วแต่ว่า..เครืองเล่นแต่ละอันใช้คูปองกี่ใบ

สำหรับคูปองราคาใบละ 160 บาท..ซื้อ20ใบขึ้นไป....ใบละ 140 บาท

ออฟฟิตน่ารักสุดๆๆ..แจกให้คนละ 5ใบ...

แต่ก้อจะมีพี่ๆที่โตๆแล้ว..ไม่เล่น..อันนี้พัดไปไถ่..เอ๊ย..ขอมาได้อีก 1 ใบ..อิอิ

เอ้า..ไปลุยกันเลยยยยยยยยยย

>>>>ด่านแรก..มุ่งตรงไปที่ เพ้นท์บอล.((ใช้คูปอง 2 ใบ)).พร้อมๆกับพี่ๆชายหนุ่มในออฟฟิตแก็งค์ใหญ่

เลยแบ่งได้กันที่ละเกือบ 10 คน..หลังจาำกฟังคำแนะนำ..แล้วก้อ..ยิงงงงงงงงงงงงงงงง

สีแดงของพัดชนะ.เย้ๆ..พัดไม่่โดนยิงเลย..เพราะสุ่มๆตะหลอดดดดดด

บางคนโดนในระยะที่ใกล้เกินไป((ควรยิงในระยะ10ม.ขึ้นไป))..ได้เลือดซิปๆเหมือนกัน..((โอ้ว..น่ากัว))

จากนั้นต่อกันที่..สกีบก..((อันนี่เรียกเองง..อิอิ))

ใช้คูปอง 1 ใบ..ไถลได้ 2 รอบ..((รอบละ80บาท เลยหรือนี่ๆ))

นั่งในถาด..แล้วค่อยๆกระเถิบๆออกมา..เร้าใจสุดๆๆ.((ชอบมั่ก ๆๆๆๆ))

เครื่องเล่นต่อมา...นาโนไบท์....ใช้คูปอง 1 ใบ ขับได้ 3 รอบสนาม

พี่คนที่คุมบอกว่า...ลองนั่งดูก่อนนะครับว่าเล่นได้รึป่าว..เพราะเป็นของเล่นสำหรับเด็ก

ก็เป็นอีกหน..ที่ไม่แคร์สื่อ..หนูจะเล่นค่ะ..ฮ่าๆๆ..สภาพออกมา..แบบว่า..รับตัวเองไม่ได้จิงๆๆ555

เหลือคูปองอีก 2 ใบ..เลยเลือกขับ รถ ATV...ยอมรับว่า..ตอนแรกกลัว..เพราะเห็นว่า

ต้องให้เราเซ็นยอมรับว่า..หากเกิดอุบัติเหตุเค้าจะไม่รับผิดชอบ..งิงิ

เอาน่าๆๆ..อยากเล่นหนิ..สู้ๆๆๆเว้ยยย...รอบแรก..ขับเหมือนรถไถเลย..555

ปรื๊ดดดๆๆ..ไปได้ทีละ2-3 เมตร..ที่นี้..รอบ 2-3 ขับคล่องหละ..

อืมมมมมม..สนุก..เร้าใจบอกไม่ถูก ((ติดใจเลยอ่า))

หมดแล้ว..คูปอง..((เอ่อ..ไม่คิดซื้อเล่นเพิ่มเลยใช่มิๆๆ..คิๆๆ))

มีเครื่องเล่นอีกมากมาย..เช่น ขับรถโกคาร์ท ยิงธนู โยนโบลลิ่ง

แต่อันที่ไม่ต้องเสียคูปองเพิ่ม.แต่ได้อารมณ์ร่วมด้วยสุดๆ

เห็นจะเป็น.เครื่องเล่นที่ใช้คูปอง 4 ใบ..เท่านั้นไม่พอ..จับนั่งกระเช้า..ค่อยๆยกขึ้นไปสู๊งๆๆๆ.สูงงงงงงงง

แล้วปล่อยลงมา...กรี๊ดดดดดดดดดด..ลั่นฟ่าคนเล่นอีกๆๆ

โชคดีจัง..ฝนตกมาหลังจากที่พวกเราทำกิจกรรมกันเสร็จแล้ว

เดินทางกลับโรงแรม...แล้วมาปาร์ตี้คืนสุดท้ายที่เขาใหญ่...

ปาร์ตี้...ลดโลกร้อน...((เน้นให้ใส่เสือ้ผาสีเขียวๆมาร่วมปาร์ตี้กัน...เอ่อ..ปาพัดเขียวตรงไน๊ๆคิๆ))

มีประกวด..แฟนซีด้วยยยย.

ส่วนพัดไม่ได้ประกวด..แต่ได้รับเกียรติ((หรือรังเกียจๆๆ..555))..ให้ขึ้นโชว์ลูกคอคนแรก

เอ้า!!..นานที..ปี((หลายๆๆ))หน..จัดไปปปปปปปปป....

เลยอ้อนขอรางวัลสำหรับนักร้องคนแรกของคำ่คื่นซะเรย...

 

พอปาร์ตี้จบ..รีบกลับเข้าห้องนอนทันที....เหนื่อยๆๆแต่สนุกๆๆ

พรุ่งนี้จะไปรั่วๆที่ไหน..เีดี๋ยวมาเล่าให้ฟังต่อค่ะ..

ปล.แรก...นั่งมิกซ์ๆรูปรวมๆ..ปาไปตีสอง..จิงจังๆๆ..555

ปล.ช่วงนี้อากาศเย็นๆรักษาสุขภาพกันด้วยน้าๆๆ